บริการด้านอาหาร: อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน สุดยอดอาหารต้านทานโรค

บริการด้านอาหาร: อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน สุดยอดอาหารต้านทานโรค รู้หรือไม่ว่า อาหารเสริมภูมิคุ้มกันมีความสำคัญต่อสุขภาพของเราอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดโรคติดต่อทั่วไปอย่างไข้หวัดหรือคออักเสบแบบไม่รุนแรง หลายคนอาจเกิดความกังวลเรื่องสุขภาพของตนเองและคนรอบข้าง บทความนี้จึงขอรวบรวมอาหารดี ๆ ที่จะมาช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันพร้อมบำรุงร่างกายมาฝากกัน

อย่างที่ทราบกันดีว่าอาหารที่หลากหลายและมีคุณค่าทางโภชนาการจะช่วยเติมเต็มส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง สามารถต่อสู้กับการติดเชื้อหรือการเจ็บป่วยอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับสมุนไพรและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพบางชนิดก็มีงานวิจัยบางส่วนชี้ว่าอาจช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้

3 อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน

การเลือกรับประทานอาหารเสริมภูมิคุ้มกันในช่วงที่มีโรคติดต่อนั้นอาจต้องเน้นที่ความสะดวก หาซื้อง่ายหรือเก็บไว้ได้นาน เพื่อให้สามารถรับประทานได้เป็นประจำและร่างกายได้รับการบำรุงอย่างต่อเนื่อง ลองมาดูตัวอย่างอาหารที่ขึ้นชื่อในด้านเสริมภูมิคุ้มกันและช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายกัน

1. ถั่งเฉ้า

ถั่งเช่าหรือถั่งเฉ้าเป็นสมุนไพรที่ใช้อย่างแพร่หลายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในทิเบต เนปาล และภูฏาน เพราะเชื่อว่ามีสรรพคุณช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ เพิ่มสมรรถภาพการทำงานของร่างกาย ชะลอวัย บำรุงอวัยวะภายใน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หรือยับยั้งเซลล์มะเร็ง ส่วนสรรพคุณด้านภูมิคุ้มกันก็ไม่น้อยหน้า เพราะมีการศึกษาคุณสมบัติในการต้านการอักเสบของถั่งเฉ้าพบว่า ผู้ทดลองชายที่ถุงลมถูกกระตุ้นให้อักเสบจำนวน 5 คน มีอาการอักเสบลดลง ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น โดยในปัจจุบันยังมีการศึกษาถึงประโยชน์ของถั่งเฉ้าด้านนี้ในคนอย่างต่อเนื่องเพื่อรับรองผลในระยะยาว หากใครสนใจจะใช้ถั่งเฉ้าหรือผลิตภัณฑ์จากถั่งเฉ้าก็ควรเลือกที่ผ่านมาตราฐานความสะอาด ปราศจากการปนเปื้อน และมีความปลอดภัย

2. โสมเกาหลี

โสมเกาหลีนั้นประกอบไปด้วยสารสำคัญอย่างจินเซนโนไซต์ (Ginsenosides) ที่บอกเล่ากันว่ามีสรรพคุณเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง โดยมีงานวิจัยในผู้ป่วยมะเร็งบางชนิดพบว่า โสมอาจมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูร่างกายได้เร็วยิ่งขึ้นหลังจากผู้ป่วยรักษาด้วยวิธีเคมีบำบัดหรือการผ่าตัด

ยิ่งไปกว่านั้นการศึกษาโสมเกาหลีบางส่วนยังเผยถึงสรรพคุณในด้านอื่น ๆ อีกด้วย เช่น ต้านการอักเสบหรือต้านอนุมูลอิสระ พัฒนาการทำงานของสมอง บำรุงร่างกาย เพิ่มพละกำลัง ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง เป็นต้น ทั้งนี้ การค้นคว้าในปัจจุบันอาจยังไม่เพียงพอที่จะสรุปประสิทธิภาพของโสมได้อย่างชัดเจน จึงควรบริโภคอย่างระมัดระวังหรือปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอหากหวังผลในการรักษาโรค

3. รังนก

รังนกเป็นอาหารที่สร้างมาจากน้ำลายของนกแอ่นกินรังและมีคุณค่าทางอาหารอยู่ไม่น้อย เช่น คาร์โบไฮเดต โปรตีน รวมไปถึงแร่ธาตที่สำคัญอย่างแคลเซียม แมกนีเซียม หรือสังกะสี โดยรังนกนั้นเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน เนื่องจากเนื้อสัมผัสค่อนข้างเหลว ทำให้บริโภคได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถเก็บไว้ได้นานอีกด้วย

โดยในตำราของแพทย์แผนจีนและงานวิจัยบางชิ้นเชื่อว่ารังนกมีประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย บรรเทาอาการอ่อนเพลียหรือเบื่ออาหาร บำรุงร่างกาย ปอด และผิวพรรณ อีกทั้งยังพบสารที่มีลักษะคล้าย EGF (Epidermal Growth Factor) ซึ่งโดยปกติจะมีคุณสมบัติกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์ ช่วยสมานและฟื้นฟูบาดแผล จึงอนุมานได้ว่ารังนกแท้นั้นอาจมีส่วนช่วยในด้านดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตาม ควรมีการศึกษาถึงประโยชน์ด้านนี้เพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจำนวนไม่น้อยที่มีส่วนผสมของอาหารดังข้างต้น และในบางผลิตภัณฑ์ก็รวมคุณประโยชน์จากอาหารเสริมภูมิคุ้มกันหลาย ๆ ชนิดเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยบำรุงร่างกายและเสริมภูมิตนเองในคราวเดียว ไม่ว่าจะเป็นรังนกแท้ ถั่งเฉ้า หรือโสมเกาหลี ซึ่งอาหารหรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในรูปแบบนี้จะง่ายต่อการรับประทานและหาซื้อได้สะดวกในช่วงการระบาดของโรคติดต่อต่าง ๆ แต่ผู้บริโภคเองก็ควรศึกษาผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ให้ถี่ถ้วน โดยให้คำนึกถึงความปลอดภัยของตนเองและความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ก่อนการรับประทานด้วย หรือหากมีข้อสงสัยอื่นใดก็ควรไปปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
วิธีรับประทานอาหารเสริมภูมิคุ้มกันอย่างปลอดภัย

แม้อาหารเสริมภูมิคุ้มกันส่วนใหญ่จะปลอดภัยหากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม แต่ก็มีข้อควรระวังที่ผู้บริโภคควรทราบ เพื่อความปลอดภัยของตนเอง เช่น

1. เนื่องจากรังนกแท้นั้นมีราคาสูง จึงมีการผลิตรังนกปลอมที่มีรูปร่างและรสชาติใกล้เคียงกันออกมาขายในท้องตลอด โดยทำมาจากวุ้นสาหร่าย เห็นหูหนูขาว แป้ง ถั่วหรือยางไม้ ทำให้ได้คุณประโยชน์ที่ไม่คุ้มค่า คุ้มราคา และอาจส่งผลเสียต่อร่างกายหากมีการปนเปื้อนหรือมีอาการแพ้ส่วนผสมดังกล่าว จึงควรพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือก่อนการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นี้

2. แม้จะยังไม่มีงานวิจัยที่บอกได้ว่า ถั่งเฉ้าปลอดภัยต่อร่างกายของเรามากน้อยเท่าใด แต่ปริมาณของถั่งเฉ้าที่แนะนำให้บริโภคในแต่ละวันจะอยู่ที่ 1,000-1,300 มิลลิกรัม

3. โดยทั่วไป ผู้บริโภคควรรับประทานรากโสมเกาหลีในปริมาณ 1-2 กรัมต่อวัน หรือสารสกัดจากโสมเกาหลีในปริมาณ 200-400 มิลลิกรัมต่อวัน แต่อาจปรับลดปริมาณของโสมเกาหลีตามความต้องการได้ภายหลัง

4. ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ใช้โสมเกาหลีหรือผลิตภัณฑ์จากโสมเกาหลีควรตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ เพื่อป้องกันระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำจนเกินไป

5. โสมเกาหลีหรือผลิตภัณฑ์จากโสมเกาหลีอาจไปลดประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ใช้ยาดังกล่าวจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานสมุนไพรชนิดนี้เสมอ

อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอจะต่อสู้กับโรคติดต่อหรือโรคภัยอื่น ๆ เราจึงควรรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ ดื่มน้ำสะอาดให้มาก หมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอควบคู่ไปด้วย

อีกทั้งยังควรดูแลตนเองและป้องกันคนในครอบครัวจากเชื้อไวรัสตัวร้ายด้วยการล้างมือให้สะอาดบ่อย ๆ สวมหน้ากากอนามัย ทำความสะอาดพื้นผิวสิ่งของภายในบ้าน เว้นระยะห่างระหว่างกัน หรือหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หากพบความผิดปกติที่เข่าข่ายอย่างมีไข้ ไอ หายใจลำบากควรแจ้งให้แพทย์หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบทันที